a








สว.สมเจตน์ เผยไม่หนุนแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย หลังเปรยประชุม ครม. นัดแรกเตรียมแก้ รธน. หวั่นเอื้อนายทุนพรรคกลับไทย

8 ส.ค. 66 – สว.สมเจตน์ เผยไม่หนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย หลังเปรยประชุม ครม. นัดแรกเตรียมทำประชามติ ร่าง รธน. ใหม่ หวั่นแก้กฎหมายเอื้อนายทุนพรรคกลับไทยแบบไร้คดี

พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยถึงแนวทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ผ่านมา สาเหตุที่ไม่เห็นชอบนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี มาจากการพิจารณาประกอบกัน 2 ส่วน คือ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่ให้ สว. มีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง พรรคการเมืองจะต้องสามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรได้เกิน 250 เสียง เพื่อไม่ให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งจากผลการเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลเป็นอันดับหนึ่งและพรรคเพื่อไทยเป็นอันดับสอง รวมกันได้ 290 กว่าเสียง โดยมองว่าการจัดตั้งรัฐบาลมีได้ 3 แนวทาง คือ พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยรวมกัน ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นแกนนำก็ตาม หรือหากพรรคไม่ได้เป็นรัฐบาลร่วมกัน ก็ต้องมีพรรคก้าวไกลหรือพรรคเพื่อไทย พรรคใดพรรคหนึ่ง ซึ่งที่ไม่เลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล เนื่องจากเห็นว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลที่ผ่าน ๆ มา แสดงให้เห็นถึงการสร้างความแตกแยกในสังคม ทั้งการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 การทำลายความเป็นภูมิรัฐศาสตร์ของชาติ โดยเกรงว่าหากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะทำให้ประเทศเสียหาย โดยเบื้องต้นคิดว่าแม้ไม่สนับสนุนพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็พร้อมสนับสนุนให้เป็นรัฐบาล กระทั่งเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และนายพิธา ไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรี สว. หลายคนถูกกระทำการละเมิดต่าง ๆ จากกลุ่มที่สนับสนุนนายพิธาและพรรคก้าวไกล โดยพรรคก้าวไกลไม่ได้ห้ามปราม ซึ่งถือว่ามีส่วนสนับสนุน ดังนั้น จึงไม่สนับสนุนให้พรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลอีกด้วย

พลเอก สมเจตน์ กล่าวอีกว่า เมื่อมาพิจารณาผลการเลือกตั้ง ประชาชนให้มาเพียง 2 ตัวเลือก คือ พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย จึงเหลือเพียงพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่สนใจว่าจะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใดมาก็ตามจะโหวตให้ แม้มีปัญหาข้อมลทินอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยต้องไปแก้ไขและตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม โดยประเทศต้องมีรัฐบาล ขณะที่เมื่อวานนี้ (7 ส.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทยแถลงร่วมกับพรรคภูมิใจไทย รวม 212 เสียง จัดตั้งรัฐบาล ไม่ได้ติดใจอะไร แต่มีประเด็นที่พรรคเพื่อไทยระบุว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรก จะเสนอการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ขอตั้งข้อสังเกตว่าจำเป็นต่อพรรคเพื่อไทยอย่างไร ทั้งที่ปัญหาสำคัญ คือ การมีรัฐบาลมาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน โดยคิดว่าพรรคเพื่อไทยมีภารกิจซ่อนเร้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจเกี่ยวพันกับการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับคดีทุจริตคอรัปชั่น เปิดทางนายทุนพรรคเดินทางกลับประเทศไทยอย่างสง่างาม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็จะไม่สนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย และสุดท้าย หากแคนดิเดตนายรัฐมนตรีทั้งพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลได้ แล้วมีการเสนอพรรคอื่น ตนก็จะงดออกเสียง

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

©2023 tpchannel.org